
โลกร้อน
จากร้อยปี อาจเหลือเป็นอีกไม่ถึงร้อยปีก็ได้ หากมวลมนุษย์ไม่ช่วยกันบรรเทาการถ่ายเทก๊าซที่ก่อให้เกิดมลภาวะสู่บรรยากาศของโลก
เซอร์ ไอแซ็ค นิวตัน นักวิทยาสาตร์นามก้องโลกได้พยากรณ์ไว้ว่า โลกเราจะถึงกาลดับสูญในปี 2060 (พ.ศ. 2603) หรือ 53 ปีจากนี้ ด้วยข้อความบ่งบอกชัดเจนว่า "โลกอาจดับสูญหลังจากนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นถึงเหตุผลใดที่โลกจะพบจุดจบเร็วกว่านั้น ...สิ่งที่ข้าพเจ้าอ้างถึงนี้มิได้หมายมั่นจะยืนยันว่า วันสิ้นโลกจะมาถึงเมื่อใด "นอสตราดามุส ก็ได้พยากรณ์การสิ้นสุดของโลกไว้เหมือนกัน ในคำภีร์ไบเบิล ได้มีการจารึกการมาถึงของวันสิ้นสุดของโลก หรือวันที่น้ำท่วมโลก หลายตำนาน หลายเรื่องราว หลายบันทึก กล่าวถึงจุดอวสานของโลกไว้ในทำนองเดียวกัน มีภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่องได้ถือเอาการสิ้นสุดของโลกเป็นพล็อดเรื่อง อย่าง The Water World , Artificial Intelligence , The Last Impact, The Ten Commanments ฯลฯ
วันน้ำท่วมโลกมีจริงหรือ ? คำตอบก็คือ "เป็นไปได้" และ"กำลังดำเนินไป" ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นผู้ทำลายโลกเสียเอง จากดาวพระเคราะห์บริสุทธิ์ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติสีเขียวงดงาม ที่พระเจ้า(ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์) ประทานมาให้ กลับกลายมาเป็นดาวเคราะห์ที่ทำท่าว่าจะถึงกาลอวสานในอนาคตที่ไม่ไกลเกินไป มีเกิดย่อมมีแตกสลาย ตาม "กฎ" แห่งธรรมชาติ หรือตามที่ พระเจ้า หรือ "G-o-d" บัญชา (คำว่า "กฎ" ในภาษาไทย กับ "God" ช่างสะกดพ้องกันโดยบังเอิญ) คำทำนายเรื่องน้ำท่วมโลก ถูกกล่าวถึงในกลุ่มคนผู้สนใจศึกษาสภาวะของโลกหลายกลุ่ม รวมถึงผู้คนทั่วไป ตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน บ้างก็เรียกว่า "วันโลกาวินาศ " บ้างก็เรียกวัน"วันสิ้นสุดของโลก" บ้างก็เรียกว่า"วันชำระล้างคนบาป" บ้างก็เรียกว่า "The Judgement Day" ในกลุ่มคริสตชน ส่วนในกลุ่มพุทธศาสนิกชนบางกลุ่ม ก็พุ่งความสนใจไปที่ "พุทธทำนาย" หรือ"พุทธพยากรณ์เกี่ยวกับภัยพิบัติโลก" ก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์ไม่นานมานี้ ก็มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ตีพิมพ์คำทำนายของพระไทยองค์หนึ่งซึ่งนั่งสมาธิและบอกว่าตนเองสามารถมองเห็นอนาคต เจาะจงไปถึงขนาดว่าการปริแตกของเปลือกโลกนั้นเกิดขึ้นที่เมืองไทย โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อของจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานและบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ชัดเจนไปถึงขั้นบอกว่าเป็นรอยแยกของเปลือกโลกที่จะมีลาวาของภูเขาไฟทะลักล้นขึ้นมาทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ฟังดูอาจเป็นเพียงการเพ้อพกไร้สาระโดยไม่มีสมมติฐานอะไรมารองรับ แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ การเกิดสึนามิครั้งล่า ก็ใช่ว่าจะมีการพยากรณ์หรือเตือนภัยล่วงหน้าซะเมื่อไหร่
หนังสือเก่า ใบลานเก่า หรือบันทึกอิงพุทธศาสนาหลายเล่มก็มีการกล่าวถึงกาลวิบัติของโลก สอดคล้องกับหลักคำสอนของศาสนาอื่นๆ เพียงแต่ไม่มีคำสอนใดระบุแน่ชัดลงไปว่า กาลอวสานของโลกจะมาถึงเมื่อใด การพยากรณ์ในพระไตรปิฎกและอรรถกถามีแทรกอยู่เป็นจำนวนมาก บางทีเป็นของพระพุทธเจ้า บางทีเป็นของพุทธสาวก แม้ว่าในคำสอน หรือพระพุทธองค์เองจะไม่สนับสนุนการพยากรณ์ใดๆ ถึงขั้นทรงตำหนิด้วย แต่ทรงสอนโดยปฏิเสธโหราศาสตร์อย่างชัดเจนว่า
"ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลา ที่มัวรอฤกษ์ยามอยู่ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจะทำอะไรได้..."
ความเป็นจริงสมัยพุทธกาล ทั้งพระพุทธเจ้าและพระสาวกก็มีเหตุให้ต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับการพยากรณ์อยู่เป็นเนืองนิจ และมีหลายครั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ อย่างเรื่องพุทธพยากรณ์ที่แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งมีอิทธิพลต่อวงการพุทธศาสนาในเวลาต่อมาอย่างมากมาย เห็นได้จากการมีการแต่งวรรณกรรมแนว"พุทธทำนาย" ขึ้นมาหลายฉบับ และหลายครั้งมีการนำพุทธทำนายไปเป็นเครื่องมือประกอบการเผยแพร่พระศาสนา
"พุทธทำนาย" หลายคนคงเคยได้ยินถึงคำนี้ แต่ในคำทำนายเหล่านั้น มักมีหลักศีลธรรมเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอ อาทิ...การทำนายโดยการแสดงนัยแห่งศีลธรรมของศาสนาไว้ในคราวที่ทรงทำนายฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ไว้ด้วยข้อความที่ว่า..."ต่อไปภายหน้า เมื่อคนไม่มีศีลธรรม สังคมมนุษย์จะพบกับความหายนะหลากหลายประการ..."คนส่วนใหญ่อาจมองคำพยากรณ์เหล่านี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีแก่นสาร แต่อีกคนกลุ่มใหญ่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางภูฒิศาสตร์และวิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นเรื่องไม่มีมูล หรือไม่มีทางเป็นไปได้ บางกลุ่มมองลึกเข้าไปถึงขั้นลงความเห็นว่า ไม่เกินครึ่งศตวรรษ หรือ 50 ปี โลกใบนี้ จะเปลี่ยนยแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็ใกล้เคียงกับคำพยากรณ์ของ เซอร์ ไอแซ็ค นิวตัน ที่ยกมากล่าวถึงในย่อหน้าต้นๆตำนานกรีกโบราณ กล่าวถึงโนอาห์ และน้ำท่วมโลก ด้วยบัญชาจากสวรรค์ที่ต้องการล้างคนชั่วออกไปจากโลก คงเหลือไว้เฉพาะคนดีไม่กี่คนเท่านั้น ที่พระเจ้าประสงค์ให้สืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้ต่อไป เมื่อ 2,465 ปีก่อนคริสตกาล ที่โนอาห์ต่อเรือยาว 450 ฟุตตามคำบัญชาของพระเจ้า บรรทุกคนและสัตว์ของเขาให้พ้นจากอันตรายจากน้ำท่วมโลก เฉกเช่นเดียวกับตำนานกรีกโบราณที่เทพ"ซีอุส" ทรงเห็นว่ามนุษย์ในโลกกำลังทำบาปอย่างหนัก ต้องกำจัดไปให้สิ้นซากจึงบันดาลให้น้ำท่วมโลก เหลือกษัตริย์และมเหสีที่มีคุณธรรมไว้หนึ่งคู่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก่อนหน้านั้นเมื่อ 2-3 หมื่นปี ก็มีตำนานเกาะอัตลันติสที่โดนภัยธรรมชาติถล่ม จมสมุทรหายไปชั่วกัปกัลป์ในพริบตา ตำนานที่ว่าด้วยความชั่วช้าสามานย์ของมนุษย์จนเกินอภัย ช่างมาประจวบเหมาะกับพุทธทำนายที่อรรถาธิบายไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล โดยมิได้นัดหมาย ว่า เมื่อศีลธรมในหมู่มวลมนุษย์เสื่อมโทรมสุดๆ กาลวิบัติก็จะมาถึงกาลสิ้นสุดของโลกจะมาถึงเร็วขนาดนั้นหรือ....คำทำนายหรือการคาดคะเน รวมทั้งคำพยากรณ์ของปราชญ์ ผู้รู้แจ้ง และ ผู้แสวงหาความจริงทั้งหลายได้กล่าวเตือนไว้ รวมทั้งองค์ตถาคตที่ทรงกล่าวถึงไฟบัลลัยกัลป์เมื่อโลกเข้าสู่กลียุค จุดจบของโลกเมื่อศีลธรรมของมวลมนุษย์ถึงจุดเสื่อมสลาย ฟังดูแล้วมันช่างมาบรรจบกันอย่างประจวบเหมาะเหลือเกิน....
ฤาโลกจะถึงกาลสิ้นสุด ในอนาคตที่ไม่ไกลเกินไปนี้ ????
24 พฤษภาคม 2551
สุดยอด
ตอบลบอ่านแล้วได้รับประโยชน์ดีดี
ตอบลบเข้ากับสถานะการเชียว
ตอบลบรูปสวยนะคะคุณพี่
ตอบลบโลกร้อนคนไม่ร้อนตามโลก
ตอบลบ